Galerientage: ศิลปะ ผู้คน และดนตรี (#2)

11.5.2014
วันฝนโปรย กับการพบปะผู้คน

          จากเดิมที่ตั้งใจไว้ว่าจะตระเวนตามแกลอรี่ในตัวเมืองให้ครบก่อน แล้วถ้าเวลาเหลือ ค่อยเดินทางไปยังแกลอรี่ที่ไกลออกไป แต่เมื่อเห็นในโบรชัวร์ว่ามีดนตรีสดที่ Kunstgarten หรือ Art garden ตั้งแต่เปิดงานในตอนเช้า ฉันจึงต้องปรับแผนการเดินทางใหม่

ท้องฟ้ามืดครึ้มแต่เช้า ฉันขึ้นรถเมล์สายที่ไม่เคยนั่งเพื่อไปยัง Kunstgarten เมื่อลงจากรถ ก็เลยออกอาการหลงทิศหน่อย ๆ แต่ก็ถึงที่หมายทันเวลาเริ่มแสดง ที่หน้างาน ฉันพบกับหญิงสูงอายุที่พูดภาษาเยอรมันกับฉันเร็วปรื๋อ ฉันพยายามสื่อสารว่าพูดได้แค่นิดหน่อย ผู้หญิงอีกคนที่อายุน้อยกว่า ก็เลยเข้ามาคุยภาษาอังกฤษกับฉันแทน ก็เลยเพิ่งรู้เอาตอนนั้นว่างานมันต้องจองตั๋ว! แต่โชคก็ยังเข้าข้างเมื่อมีคนที่จองแล้วไม่มางาน 2 คน


ฉันนั่งอยู่แถวหลังสุดในห้องโถงของตัวบ้าน นั่งดูการบรรเลงดนตรีคลาสสิกของ Trio Charismax วงดนตรีหญิงล้วน 3 คน กับเครื่องดนตรี 3 ชิ้น อันได้แก่ เปียโน ไวโอลิน และเชลโล ต้องยอมรับว่าไม่ค่อยจะรู้จักเพลงที่พวกเธอเลือกมาแสดงซักเท่าไหร่ แต่ก็เพลิดเพลินไปกับพวกเธอได้ตลอด ด้วยฝีมือที่เนี้ยบ การแสดงจึงไหลลื่น ผู้ชมจำนวนไม่มาก ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่น และเป็นกันเอง ฝนเจ้ากรรมที่ทำให้ต้องย้ายมาแสดงในบ้าน แทนที่จะเป็นสวนนั้น เทลงมาตั้งแต่เริ่มการแสดง แต่พอจบการแสดง ฝนก็หยุดตกพอดี


เจ้าของสวนที่นี่เป็นคู่สามีภรรยาชาวออสเตรียท่าทางใจดี ตัวภรรยาพยายามพูดคุยแสดงการต้อนรับกับฉันเป็นภาษาเยอรมัน แต่เสียดายที่ฉันฟังไม่ค่อยออกเท่าไหร่ ก็เลยได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ ส่วนผู้หญิงอายุน้อยกว่า เดาว่าน่าจะเป็นลูกสาว ก็น่ารักมาก เธอคอยจัดการเรื่องที่นั่งให้ฉัน และอธิบายตารางการแสดงคร่าว ๆ ให้ฟังเป็นภาษาอังกฤษ


ฉันคิดว่า Art garden นี้ ราวกับสถานที่ในฝัน มีตัวบ้านอันแสนอบอุ่น และสวนสวย ๆ ที่เป็น open air gallery งานประติมากรรมต่าง ๆ ถูกสอดแทรกไว้กับต้นไม้ ดอกไม้ สระน้ำ สร้างความรื่นรมย์ระหว่างเดินชมเป็นอย่างยิ่ง ฉันซึ่งมีความชอบดอกไม้ใบหญ้าอยู่แล้ว มาเจอสวนสวย บวกศิลปะ แถมดนตรีคลาสสิกเพราะ ๆ เข้าไปอีก ไม่มีอะไรจะอิ่มเอมใจเท่านี้อีกแล้ว เมื่อได้เวลาอันสมควร ฉันจึงต้องจำใจลาจากสวนสวรรค์แห่งนี้ไป เนื่องจากมีแกลอรี่อีกหลายแห่งรออยู่

กว่าจะไปถึงแกลอรี่แห่งที่สองได้นั้น เรื่องราวมันเริ่มจะกลับกลายจากสดใสเป็นดราม่า เมื่อรถเมล์ที่ฉันนั่งไม่จอดยังป้ายที่ฉันจะลง กว่าจะรู้ตัว ก็เลยมาแล้วสองป้าย ก็เลยต้องลงแล้วข้ามฝั่งมารอรถเมล์สายเดิม ซึ่งขณะนั้นฝนก็เทลงมาอย่างไม่ปราณีปราศรัย และเมื่อย้อนกลับมาลงป้ายปลายทางสำเร็จ ฉันก็ต้องหลงทิศอีกครั้ง เพราะแถวนี้เป็นย่านที่ฉันไม่คุ้นเคยเลย แต่การหลงทิศพร้อมกับมีฝนเทลงมาอย่างต่อเนื่องนั้น ทำให้ดราม่าเข้มข้นขึ้นเป็นสองเท่า ฉันเดินย้อนไปย้อนมาอยู่แถวป้ายรถเมล์หลายนาที จนกระทั่งแน่ใจว่าตึกสีส้มที่อยู่เยื้องไปอีกฝั่งถนนคือ Museum der Wahrnehmung ฉันจึงวิ่งกระหืดกระหอบข้าไปหลบฝน จัดแจงแขวนเสื้อนอกและผ้าพันคอเปียก ๆ ไว้ที่ราวหน้าประตู ก่อนที่จะเข้าไปชมนิทรรศการชื่อ "Poetry of repetition" ของศิลปินหญิงนามว่า Helga Philipp งานของเธอมีความเรียบง่าย แต่ก็เตะตา บางชิ้นเพิ่มลูกเล่นด้วยการให้เรามองภาพผ่านกระจก สมกับคอนเซปท์ illusion


เมื่อฝนเริ่มซา ฉันออกเดินทางไปยัง Rhizom im Labor และพบว่าผู้ดูแลนิทรรศการเป็นชายสูงวัยร่างสูง แต่งตัวคล้ายบาเทนเดอร์ เมื่อชมนิทรรศการ "SVA – Social Venture Analysis" เป็นที่เรียบร้อย เขาก็เชื้อเชิญให้ฉันดื่มกาแฟฟรี และยังใจดีแถมปลาชิ้นเล็ก ๆ ให้ฉันกินชิ้นนึง เราสนทนากันพอหอมปากหอมคอเกี่ยวกับนิทรรศการ และฉันก็ได้รู้ว่าฉันคือผู้เข้าชมคนแรกของวันนี้ และเมื่อฉันขอตัวกลับ เขายิ้ม “มีอีกหลายที่ที่ต้องไปใช่มั้ย?” ฉันยิ้ม แล้วพยักหน้าแทนคำตอบ



ที่ Galerie Zimmermann Kratochwill ผู้ดูแลนิทรรศการซึ่งเป็นชายวัยกลางคน ได้อธิบายถึงผลงานของ Lukas Troberg ว่ามีพื้นฐานมาจาก street art และ graffiti และนิทรรศการชื่อ “Yolo” ก็เป็นงานแสดงเดี่ยวครั้งแรกของเขา ซึ่งงานแนวนี้ฉันไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ ส่วนอีกฟากนึงของแกลอรี่นั้นรวบรวมผลงานภาพเขียนของ Markus Dressler ซึ่งเป็นภาพวาดแบบที่ฉันชอบมาก บางภาพเอาไปประกอบนิทานได้สบาย


สิ่งที่ฉันสังเกตได้ คือศิลปินที่ได้แสดงเดี่ยวนั้น ผลงานมักจะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองสูงมาก อย่างในนิทรรศการภาพถ่ายของ Matthias Olmeta ซึ่งจัดแสดงที่ Atelier Jungwirth ภาพถ่ายขาวดำหน้าตรงของคน ปลา กระดูก ดอกไม้ ฯลฯ ถ้าเห็นที่อื่นฉันคงจำได้ทันทีว่าเป็นผลงานของคนคนนี้ และเมื่อบังเอิญเข้าไปเจอช่วงศิลปินพบปะผู้ชมอยู่พอดี ก็เลยได้ฟังที่มาที่ไป และแรงบันดาลใจ จากปากเจ้าของงานเลยทีเดียว


เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง สำหรับอีก 4 แกลอรี่ ฉันเร่งฝีเท้า และหวังว่าจะเพิ่มสปีดในการเข้าชมในแกลอรี่ถัดไป แต่เมื่อมาพบกับคุณลุงผู้ดูแลนิทรรศการอัธยาศัยดีที่ Galerie Leonhard ความตั้งใจก็เป็นอันต้องล้มเลิก ที่นี่จัดแสดงผลงานของ John Carter ซึ่งคุณลุงผู้หน้าตาละม้ายคล้ายผู้พันแซนเดอส์ ได้เล่าให้ฉันฟังเกี่ยวกับเทคนิคการสร้างผลงาน และยังบอกอีกว่า Carter นั้นเพิ่งแสดงผลงานของเขาใน London ก่อนจะมาที่นี่ เราเสวนากันอย่างสนุกสนาน แลกเปลี่ยนงานชิ้นที่ชอบที่สุด เรื่อยไปจนถึงบ้านเกิดเมืองนอน ฉันอมยิ้มเมื่อได้รู้ว่าตาลุงแกเคยไปเมืองไทยอยู่ 2 ครั้ง และชอบกินต้มยำกุ้ง ก่อนจากกัน เขาอวยพรฉันเป็นภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำว่า “โชคดีครับ” ฉันก็ได้แต่หวังว่าฉันจะโชคดีอย่างที่ลุงแกบอก เพราะตอนนี้ใกล้ห้าโมงเข้าไปทุกทีแล้ว


ฉันตัดสินใจ ข้ามแกลอรี่ไปสองแห่ง เพื่อไปยังแห่งสุดท้าย ที่อยู่ใกล้ที่พักที่สุด แต่เมื่อฝ่าสายฝนที่ตกหนักลงมาเรื่อย ๆ จนมาถึง ก็พบว่า “Forum Stadtpark” นั้นปิดล็อกแล้ว ผู้ดูแลนิทรรศการซึ่งคราวนี้เป็นชายหนุ่ม ได้ออกมาเปิดประตูให้เข้าไปหลบฝน และอนุญาตให้อยู่รอจนฝนซาได้ ฉันจึงละเลียดไล่ดูผลงานแต่ละชิ้นอย่างเชื่องช้า “In, Out and Art” ชื่อนิทรรศการช่างเหมาะเจาะ เพราะสองวันมานี้ ฉันเข้า ๆ ออก ๆ แกลอรี่เป็นว่าเล่น งานศิลป์ที่นี่มีทั้งภาพวาด ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว และประติมากรรมของศิลปินหลายคน เมื่อดูจนทั่วแล้ว แต่ข้างนอกฝนยังคงกระหน่ำ ก็เลยต้องไปไล่ละเลียดดูโบรชัวร์อีเวนท์ต่าง ๆ เก็บมาบ้าง วางคืนบ้าง จนกระทั่งเสื้อนอกเริ่มแห้ง และฝนตกในระดับที่พอวิ่งฝ่าได้ ฉันจึงขอบคุณและบอกลาชายหนุ่มใจดีผู้นั้น


ฉันปิดท้ายวันแห่งแกลอรี่อันชุ่มฉ่ำ ด้วยการผลุบเข้าไปในร้านอาหารที่ใกล้ที่พักที่สุด แต่ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีคนเชื้อสายแอฟริกันเต็มไปหมด เมื่อเข้าไปนั่งสงบอารมณ์ แล้วเปิดเมนู ก็พบว่า โธ่เอ๊ย! ก็นี่มันร้านอาหารแอฟริกัน แต่ถึงอย่างนั้นข้าวผัดแอฟริกันสไตล์ก็อร่อยเกินคาด ส่วนชาวานิลลาหอมกรุ่นนั้น ก็ช่วยเพิ่มความอบอุ่น หลังจากที่ตัวเปียกสลับแห้งมาตลอดทั้งบ่าย




ฉันเพิ่งรู้ว่า การได้พบกับผู้คนที่น่าประทับใจนั้น ถือเป็นโชคดีอย่างหนึ่งของชีวิต มีผู้คนอีกมากมายที่ฉันยังไม่ได้เอ่ยถึง เช่น หญิงชรา ผู้พยายามบอกฉันเรื่องรถเปลี่ยนเส้นทาง หรือชายชราสูบบุหรี่จัด ผู้พยายามอธิบายวิธีขึ้นรถเมล์ให้ฟัง แล้วก็มานึกได้ว่ายังไม่เจอผู้ดูแลนิทรรศการคนไหนทำหน้าบึ้งเลยสักคน บ้านนี้เมืองนี้ช่างมีความสุขล้นเหลือจริง ๆ นี่คงเป็นประสบการณ์ที่ฉันอาจหาไม่ได้อีกแล้วในชีวิตนี้

No comments:

Post a Comment